พกบัตรเครดิตเที่ยวต่างประเทศ บัตรเครดิตใช้ต่างประเทศ ให้ปลอดภัย

พกบัตรเครดิตเที่ยวต่างประเทศ ปัจจุบันการไปเที่ยวต่างประเทศให้สะดวกสบายมากที่สุด ก็คงจะหนีไม่พ้นการพกบัตรเครดิตแทนเงินสด เพราะสามารถใช้จ่ายได้เลย ไม่เหมือนกับเงินสดที่จะต้องมีการนำเอาไปแลกเป็นเงินสกุลของประเทศนั้นๆ ก่อน และเมื่อจะกลับก็จะต้องเปลี่ยนจากเงินสกุลดังกล่าวมาเป็นเงินบาท ซึ่งยุ่งยาก (และบางแห่งจะแลกคืนไม่ได้ด้วย) ดังนั้นการใช้บัตรเครดิตน่าจะดี และสะดวกกว่า แต่เราจะสามารถใช้บัตรเครดิต ในการเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย? วันนี้เรามีวิธีมาแนะนำครับ

พกบัตรเครดิตไปเที่ยวต่างประเทศให้ปลอดภัย

  • ทำการติดต่อบริษัทที่ออกบัตร หรือสำนักงานบัตรเครดิต ให้เพิ่มความปลอดภัยโดยการระงับบัตรเครดิตทันที ที่มีการใช้งานในสถานที่แตกต่างออกไป (เช่น อยู่ในจุดไกลๆ จากที่เคยใช้ , หรือในย่านที่ไม่น่าจะมีการใช้จากเจ้าของบัตร) เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการใช้บัตรเครดิตจากผู้ไม่ประสงค์ดี ขโมย เป็นต้น การแจ้งไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัยจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อคุณเดินทางไปต่างประเทศครับ
  • พกบัตรไปเท่าที่จำเป็นเท่านั้น หลายคนอาจจะมีบัตรเครดิตหลายๆ ใบอยู่ในครอบครอง ไม่ควรพกบัตรไปหลายๆ ใบ เพราะบัตรแต่ละใบ มีค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นจึงควรเลือกพกและเลือกใช้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น นอกจากนั้นการพกบัตรหลายใบยังอาจจะทำให้ใช้เงินแบบไม่คิด เช่น ซื้อของแบบไม่คิด จนต้องมานอนเอามือก่ายหน้าผากทีหลัง
  • ควรถ่ายสำเนาบัตรเก็บติดตัวเอาไว้ด้วย การถ่ายสำเนาบัตรนั้นหลายๆ คนมองว่าไม่จำเป็น หรือไม่เห็นความสำคัญ จนกว่าคุณจะเจอกับตนเอง คือ บัตรหาย ถูกขโมยนั่นเอง เพราะเวลาจะใช้ในการแจ้งความจะได้มีเอกสารสำหรับการอ้างอิงได้ นอกจากนั้นเอกสารสำคัญอย่างพวก Passport ก็ควรถ่ายเอกสารและพกติดตัวไปด้วยเหมือนกัน เพื่อป้องกันเหตุสุดวิสัยที่จะเกิดขึ้นในต่างประเทศ
  • ใช้เท่าที่จำเป็น ไม่ควรล้วงบัตรหรือกระเป๋าสตางค์ออกมาบ่อยๆ เพราะที่ต่างประเทศนั้นเราไว้ใจใครไม่ได้ อาจจะมีเรื่องที่คาดไม่ถึง อย่างเช่นการโดนล้วงกระเป๋า หรือวิ่งราว ตามที่เคยเห็นเป็นข่าวกันอยู่เสมอ ดังนั้นหากเป็นไปได้ควรใช้เท่าที่จำเป็น และในที่ที่มีคลามปลอดภัยเท่านั้น
  • จดรายละเอียดการใช้งาน สินค้าและบริการของต่างประเทศนั้น ค่อนข้างที่จะมีราคาแพง (ไหนจะมีเรื่องของค่าธรรมเนียมอีก) ดังนั้นเมื่อซื้อหรือใช้อะไรไป ควรจดไว้ด้วย เป็นการควบคุมค่าใช้จ่ายอีกทางหนึ่ง
  • เผื่อเงินสำรองเอาไว้บ้าง หมายถึงว่าแม้บัตรเครดิตจะสะดวกว่า แต่ก็อย่าลืมพกเงินสดติดตัวเอาไว้ด้วย เผื่อฉุกเฉิน หรือเกิดเหตุไม่คาดหมายต่างๆ จะได้นำเอาเงินส่วนนั้นมาใช้แทนไปก่อน อย่างไรก็ตามไม่ควรพกไปมากเกินความจำเป็นนะครับ เพราะอาจจะตกเป็นเป้าแก่มิจฉาชีพที่แฝงตัวอยู่ได้เช่นกัน

แผนการเงินส่วนบุคคล การวางแผนการเงินในอนาคต วางแผนการเงินง่ายๆ

การวางแผนทางการเงิน เป็นการวางแผนในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเงิน เช่นการออมเงิน การลงทุน และการผ่อนบ้านหรือรถ ตลอดจนการวางแผนในการใช้เงินเพื่อกิจกรรมบางอย่าง อาทิ การท่องเที่ยว การทำธุรกิจ เป็นต้น การวางแผนทางการเงินนั้น มักจะเริ่มต้นจากการเก็บออมเงินและทำให้มันงอกเงย โดยใช้วิธีการต่างๆ ดังต่อไปนี้

แผนการเงินส่วนบุคคล การวางแผนการเงินในอนาคต วางแผนการเงินง่ายๆ

  1. กระจายเงินฝากไปยังธนาคารหลายๆ ธนาคาร การมีเงินฝากของหลายธนาคารนั้นจะทำให้ได้รับอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น เพราะว่าแต่ละธนาคารนั้นจะมีการให้ดอกเบี้ยที่แตกต่างกัน (แม้จะไม่มากเท่าไหร่ก็ตาม) นอกจากนั้นแล้ว การกระจายเงินฝากไปยังหลายบัญชี ยังเป็นการป้องกันไม่ให้มีการเบิกออกมาใช้ได้ง่ายอีกด้วย ต่างจากเงินฝากที่รวมกันเป็นก้อนในบัญชีเดียว ที่จะยั่วให้เบิกออกมาใช้ได้ง่ายกว่า
  2. อย่าใจกว้างมากเกินไป โดยเฉพาะท่านที่มีเพื่อนฝูงเยอะๆ และมักจะเฮฮาปาร์ตี้ (แบบที่เราเลี้ยงเพื่อนบ่อยๆ ) แบบนี้บอกเลยว่ามีเท่าไหร่ก็เก็บไม่หมด เพราะการจ่ายในลักษณะนี้จะขัดกับหลักการวางแผนทางการเงินอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นอย่าเป็นคนใจกว้างมากเกินไป เลี้ยงเพื่อนก็สามารถเลี้ยงได้ แต่ควรเลี้ยงเป็นครั้งคราว นานๆ ครั้งน่าจะดีกว่า
  3. เปิดบัตรเครดิต ที่ให้ผลตอบแทนสูง บัตรเครดิต จัดได้ว่าเป็นเครื่องมือทางการเงิน ที่ช่วยเพิ่มอำนาจด้านการเงินให้กับเราได้ และช่วยเพิ่มประโยชน์ให้กับเราได้ หากมีการใช้อย่างวางแผน รู้คุณค่า เช่น เลือกบัตรเครดิต ที่มีส่วนลดสูง หรือมี Cash Back (ได้เงินกลับคืนเวลาที่ซื้อของ) นอกจากนั้นสำหรับผู้ที่ใช้บัตรเครดิตเป็นประจำ ก็อาจจะเลือกประเภทที่มีการสะสมแต้ม เพื่อนำไปแลกรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่บัตรสามารถทำได้ วิธีนี้จะช่วยทำให้คุณใช้ประโยชน์สูงสุดจากบัตรเครดิตได้
  4. นำเอาวิธียืมเงินตัวเองมาใช้ สำหรับวิธีนี้เป็นเคล็ดลับ ในการวางแผนด้านการเงิน ที่นำเอามาใช้ ในยาที่คุณเกิดจะต้องใช้เงินอย่างฉุกเฉิน คือเมื่อเกิดเหตุต้องใช้เงินด่วนขึ้น ให้เอาเงินจากบัญชีของคุณมาใช้เองตามจำนวนจริง และพยายามจ่ายคืนให้เท่าเดิม เปรียบดังน้ำในตุ่ม ที่เมื่อคุณตักมาใช้แล้ว ก็จะต้องตักน้ำมาคืนมันจนเต็ม ทำแบบนี้จะทำให้คุณมีน้ำสำหรับใช้เต็มตุ่มอยู่ตลอดนั่นเอง
  5. หมั่นติดตามการใช้จ่ายของตัวเองเป็นประจำ หมายถึงการติดตามการใช้จ่ายที่จ่ายออกไปในแต่ละเดือน ไม่ใช่จ่ายออกไปแล้วก็แล้วกัน ไม่ตามไม่ดู การหมั่นติดตามการใช้จ่ายจะทำให้สามารถเรียงลำดับความสำคัญของการใช้จ่ายได้ ทั้งยังช่วยตีกรอบให้กับการใช้จ่าย ลดรายจ่ายที่ฟุ่มเฟือยและไม่จำเป็นลงได้นั่นเอง

ป้องกันหนี้บัตรเครดิต ก่อนจะเป็นหนี้เยอะมาก เป็นหนี้ไม่มีทางออก

หนี้บัตรเครดิต บัตรเครดิตเป็นบัตรที่มีการออกแบบมาสำหรับการใช้งานที่สะดวกสบาย เหมาะสำหรับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ ซึ่งจะช่วยยกระดับขั้นการใช้ชีวิตให้สะดวกมากขึ้น ไม่ต้องพกเงินสดอีกต่อไป แต่บัตรเครดิต มีคุณอนันต์ก็มีโทษมหันต์เช่นกัน เพราะหากใช้ไม่ระวังจะก่อให้เกิดหนี้ขึ้นมาแทน สำหรับบทความนี้จะมาแนะนำข้อห้าม ที่ห้ามทำ เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดหนี้บัตรเครดิตอย่างรัดกุมกันครับ

ป้องกันหนี้บัตรเครดิตอย่างรัดกุม ก่อนจะเป็นหนี้เยอะมาก เป็นหนี้ไม่มีทางออก

  • ห้ามใช้บัตรเครดิต ในการกดเงินสดออกมาใช้ ไม่ว่ากรณีใดๆ เป็นข้อห้ามอันดับต้นๆ ของการใช้บัตรเครดิตเลยทีเดียว เพราะการใช้บัตรเครดิตกดเงินสดออกมาใช้ หมายถึงการกู้เงินที่มีดอกเบี้ยแพงๆ มาใช้โดยตรงนั้นเอง เป็นการใช้บัตรเครดิตที่ไม่รัดกุม เพราะจะต้องมารับภาระเรื่องของดอกเบี้ยดังกล่าว
  • ห้ามใช้บัตรเครดิต ในช่วงที่มีรายได้ต่ำ หรือขาดรายได้ เช่น บาดเจ็บ ตกงาน หรือมีรายจ่ายฉุกเฉินเข้ามา ไม่ควรใช้บัตรเครดิตเลย เพราะว่าเมื่อรายจ่ายกับรายได้ไม่สมดุลกัน สิ่งที่จะตามมาก็คือภาวะการเป็นหนี้นั่นเอง และเมื่อเป็นหนี้ในช่วงที่มีรายได้น้อยแล้ว มันไม่ใช่เรื่องสนุกเลย เพราะมันจะมาพร้อมกับดอกเบี้ยมหาโหด
  • ห้ามใช้บัตรเครดิต เพียงเพื่อจะสะสมแต้มเท่านั้น หลายคนใช้บัตรเกินตัวเพียงเพื่ออยากจะได้แต้มมากๆ แล้วนำไปแลกของรางวัล ทั้งที่ของที่รูดซื้อมานั้นเขาไม่ได้ต้องการมันจริงๆ อาจจะส่งผลทำให้เกิดเป็นหนี้ขึ้นมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ในกรณีที่ไม่มีความสามารถในการจ่ายคืนได้หมด
  • ห้ามใช้บัตรเครดิต ในการซื้อของจากเว็บไซต์ที่ไม่รู้จัก หรือเว็บไซต์ ที่ไม่มีความปลอดภัย ทั้งนี้เพราะว่าอาจจะเสี่ยงต่อการถูกล้วง หรือขโมยข้อมูลบัตรเครดิตได้
  • ห้ามใช้บัตรเครดิต (ถ้าไม่จำเป็น) เวลาเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ เพราะว่าเมื่อคุณทำการรูดบัตรในต่างประเทศ เพื่อซื้อสินค้าหรือบริการอะไรก็แล้วแต่ จะมีการคิดอัตราแลกเปลี่ยนของสกุลเงินเข้าไปด้วย ดังนั้นจึงทำให้ต้องรับภาระการจ่ายที่แพงมากกว่าปกติ อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ที่รับอัตราแลกเปลี่ยนดังกล่าวได้ก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไรมากครับ
  • ห้ามใช้บัตรเครดิต ในการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน หลายๆ คนชอบเป็นนะครับเวลาจะซื้อของอะไรก็ตาม ใช้บัตรเครดิตจ่ายไว้ก่อน ซึ่งข้อดีของมันก็คือสะดวกสบาย แต่ข้อเสียคือจะทำให้เกิดการใช้เพลิน จนมียอดเพิ่มมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว ซึ่งต่อมาก็จะทำให้เกิดหนี้ขึ้น หากมีความสามารถในการใช้คืนต่ำ
  • ห้ามใช้บัตรเครดิตเกินกว่า 20% ของรายได้ทั้งหมด เพราะเป็นจุดที่ถือว่าปลอดภัยในการจ่ายคืนแล้ว เพราะหากใช้มากเกินกว่ากรอบดังกล่าว อาจจะมีโอกาสในการสร้างหนี้ได้หากไม่สามารถใช้คืน

บัตรเครดิตหาย บัตร ATM หาย ทำไงดี ต้องแจ้งความไหม

บัตรเครดิตหาย แม้ว่าบัตรเครดิตนั้นจะมีความปลอดภัยมากกว่าเงินสดก็ตาม แต่ก็มีเปอร์เซ็นต์ที่จะถูกใช้โดยผู้ไม่หวังดี หรือขโมยได้เช่นกัน โดยเฉพาะท่านที่ทำบัตรเครดิตหาย กระเป๋าสตางค์ถูกขโมยไป ฯลฯ ซึ่งแน่นอนว่าหากบัตรเครดิตของเราถูกนำเอาไปใช้ ก็จะส่งผลทำให้เกิดภาระหนีที่เราไม่ได้ก่อขึ้นมา ดังนั้นเมื่อรู้สึกว่าบัตรเครดิตหายไปไม่ว่าจะเป็นจากกรณีใดๆ ก็ตาม ให้ทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ครับ

บัตรเครดิตหาย บัตร ATM หาย ทำไงดี

  1. รีบโทรแจ้งอายัดบัตรทันที แน่นอนว่าเมื่อบัตรเครดิตหายไป ก็มักจะเกิดความเสี่ยงขึ้น เพราะไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าจะมีคนเอาไปใช้รูดซื้อสินค้า หรือกดเงินออกมาหรือเปล่าดังนั้นทางที่ดีควรรีบแจ้งไปยังธนาคารเจ้าของบัตรให้ทำการอายัดบัตรเครดิตดังกล่าว ให้ไม่สามารถใช้ได้ ซึ่งปัจจุบันเราสามารถทำได้ผ่าน Call Center ของแต่ละธนาคารครับ ซึ่งข้อมูลของ Call Center แต่ละธนาคารก็สามารถค้นหาได้จากอินเตอร์เน็ตได้ง่าย
  2. รีบไปแจ้งความ หลังจากโทรอายัดบัตรแล้ว ให้รีบทำการไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ (ที่ไหนก็ได้ที่สะดวก) เพื่อทำการลงบันทึกประจำวันเอาไว้ ว่าเราได้ทำบัตรเครดิตหาย ตรงนี้มีประโยชน์ที่ว่า หากบัตรเครดิตถูกใช้หลังจากมันหายไป เอกสารบันทึกประจำวันจะช่วยยืนยันได้ว่า เจ้าของบัตรไม่ได้เป็นผู้ใช้บัตรนั้นเอง
  3. เมื่อได้เอกสารแจ้งความมาแล้ว เราสารถแจ้งไปยังธนาคารเพื่อขออายัดบัตรอีกครั้งได้ โดยการแนบเอกสารการแจ้งความไปด้วย ซึ่งการอายัดในขั้นตอนนี้ไม่ใช่การโทรแล้วนะครับ แต่เราต้องไปแจ้งอายัดเองที่ธนาคารเจ้าของบัตร จะเป็นสาขาไหนที่สะดวกก็ได้
  4. ทำการรวบรวมหลักฐานต่างๆ ที่แสดงให้เห็นว่าเราไม่ใช่ผู้ใช้บัตรเครดิตหลังจากที่แจ้งหายไป เช่น ใบเสร็จรับเงินที่ได้จากการซื้อสินค้าบริการผ่านบัตรเครดิต ที่มีลายเซ็นของเราติดอยู่ (ซึ่งแน่นอนว่าจะไม่เหมือนกับลายเซ็นของผู้ไม่หวังดี ที่เอาบัตรเครดิตเราไปใช้แน่ๆ ) นอกจากนั้นควรรวบรวมพยานหลักฐานของตัวเอง ที่แสดงให้เห็นว่าคุณไม่ได้ใช้บัตรเครดิตดังกล่าว เช่น จุดเช็คอิน หรือหลักฐานจากกล้องวงจรปิด เป็นต้น (ใช้ในการอ้างอิงว่าเราอยู่ห่างจากจุดที่มีการเอาบัตรเครดิตไปรูด หรืออยู่คนละที่กัน ไม่สามารถรูดได้)
  5. อย่าเพิ่งชำระหนี้บัตรเครดิต ตามที่มีเอกสารเรียกเก็บ เพราะหากมียอดเพิ่มจากที่เราใช้จริงๆ แปลว่ามีคนเอาบัตรเราไปรูดใช้แน่นอน และเราไม่ควรยอมรับผิดชอบกับหนี้ก้อนนี้ เนื่องจากหากเราจ่ายหนี้ไป ธนาคารจะมองว่าเรายอมรับหนี้ และจะเรียกคืนได้ยาก ดังนั้นไม่ควรรีบไปจ่ายแต่ปล่อยให้เข้าสู่กระบวนการฟ้องร้องในชั้นศาลไปก่อน และค่อยไปหาทางแก้ต่างกันทีหลังครับ (หากเรามีหลักฐานแน่นอน ชัดเจน รับรองได้เลยว่าไม่จำเป็นต้องจ่ายหนี้ส่วนที่มีคนเอาไปรูดใช้)

ประเภทของบัตรเครดิต บัตรเครดิตมีกี่ระดับ บัตรเครดิตมีกี่ประเภท

ประเภทของบัตรเครดิต บัตรเครดิตที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันแบ่งอกเป็นหลายประเภท เพื่อตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งานที่มีความหลากหลายมากขึ้น นอกจากนั้นก็ยังมีเรื่องของการแข่งขันต่างๆ ของบัตรเครดิตแต่ละยี่ห้อเข้ามาเป็นปัจจัยเสริมอีกด้วย สำหรับประเภทของบัตรเครดิต มีดังต่อไปนี้ครับ

ประเภทของบัตรเครดิต

Credit Card หรือ Bank Card เป็นบัตรเครดิตที่ได้รับการออกให้โดยสถาบันทางการเงินหรือธนาคาร สำหรับการใช้จ่าย ซื้อสินค้าหรือบริการต่างๆ โดยมักจะเป็นการออกร่วมกับสถาบันการเงินของต่างประเทศ หรือสถาบันการเงินภายในประเทศ อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้งสองอย่าง สำหรับบัครเครดิตประเภทนี้มักจะมีการจำกัดวงเงินสินเชื่อไว้ประมาณหนึ่ง เมื่อมีการใช้จ่ายในวงเงินดังกล่าว ผู่ใช้จะต้องจ่ายคืนจำนวนเงินนั้นในเวลาที่กำหนด แต่ถ้าไม่สามารถจ่ายตามที่กำหนดได้ หนี้ส่วนนี้จะกลายเป็นหนี้สินหมุนเวียน ที่จะต้องมีการคิดดอกเบี้ย

Charge Card เป็นบัตรเครดิตที่คล้ายกับเครดิตการ์ดทั่วไป แต่จะเป็นบัตรที่ไม่มีการกำหนดวงเงินเอาไว้ จึงเหมาะสำหรับผู้ใช้ ที่มีวินัยทางการเงินสูงเนื่องจากจำเป็นจะต้องมีการชำระหนี้ส่วนที่ใช้ไปเต็มจำนวนทุกครั้งนั่นเอง บัตรแบบนี้มักจะมีค่าธรรมเนียมรายปีที่ค่อนข้างสูง

Store Card หรือ Private Label เป็นเครดิตประเภทหนึ่งสำหรับการซื้อสินค้าบริการของห้างใหญ่ ที่มีการขายสินค้าหรือบริการดังกล่าวอยู่แล้ว อธิบายง่ายๆ ก็คือมันเป็นบัตรเครดิตที่มีความคล้ายคลึงกับบัตรเครดิตในยุคแรกๆ ที่จะมีการออกมาเพื่อซื้อขายสินค้าในองค์กร หรือหน่วยธุรกิจนั้นๆ เท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น บัตร Tesco Lotus บัตรเครดิต Central บัตร Power Buy เป็นต้น

Cash Card เป็นบัตรเครดิตประเภทหนึ่งที่ออกมาเพื่อให้ผู้ใช้สามารถนำเอาบัตรไปขึ้นเงิน จากธนาคารที่กำหนดหรือร่วมรายการได้ ตลอดจนสามารถกดเงินสดจากตู้ ATM ของธนาคารที่ร่วมรายการ โดยเมื่อกดเงินสดออกมาแล้ว ก็จะมีการคิดดอกเบี้ยตามที่เงื่อนไขของบัตรเครดิตนั้นๆ กำหนดเอาไว้ (ซึ่งมักจะแพงพอสมควร)

Debit Card เป็นบัตรเครดิตประเภทหนึ่ง ที่จะไม่ใช่บัตรประเภทสินเชื่อ แต่สามารถนำเอาไปใช้ซื้อสินค้าหรือบริการได้เหมือนกับบัตรเครดิตทั่วไป แต่จำเป็นจะต้องอยู่ในวงเงินที่มีในบัญชีของบัตรเดบิตนั้นๆ นอกจากนั้นแล้วบัตรเดบิตยังเป็นบัตรที่สามารถนำเอามากดเงินสดจากตู้ ATM ได้อีกด้วย แต่เดิมไม่ถือว่าบัตรเดบิตเป็นประเภทหนึ่งของบัตรเครดิต แต่ต่อมาได้มีการำหนดให้บัตรเดบิต จัดเป็นประเภทหนึ่งของบัตรเครดิตด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ก็ยังมีการแบ่งบัตรเครดิตออกตามกลุ่มเช่น บัตรเครดิตประเภทที่สามารถใช้ได้ทั้งในและต่างประเทศ เช่น บัตร VISA , Master Card บัตร AMEX เป็นต้น และบัตรเครดิตที่ใช้ได้ในประเทศเท่านั้น คือ บัตรที่ออกโดยธนาคาร หรือสถาบันทางการเงินในประเทศ

สมัครบัตรเครดิตอะไรดีที่สุด

สมัครบัตรเครดิตอะไรดีที่สุด เพื่อให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้น สนุกสนานมากขึ้น ตอบโจทย์ทุกไลฟสไตล์

สมัครออนไลน์